การทำอิฐมอญ วิธีทำอิฐมอญ อิฐมอญ

อิฐมอญ


ชื่อแหล่งเรียนรู้ โรงอิฐ
ชื่อเจ้าของแหล่งเรียนรู้ นายวิสุทธิ์ เกษร
ที่ตั้งแหล่งเรียนรู้ หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
ระยะทางแหล่งเรียนรู้ถึงโรงเรียน 1.5 กิโลเมตร
ตั้งแต่ชาวมอญได้อพยพมาลงหลักปักหลักปักฐานบนผืนแผ่นดินไทยแล้ว ก็ยังคงประกอบอาชีพตามเดิมที่ตนถนัด มาตั้งแต่ครั้งอาศัยอยู่ในบ้านเมืองของตน ซึ่งอาชีพหลักของชาวมอญก็คือ ทำนา ทำไร่ ค้าขาย เข้ารับราชการ และ การทำเครื่องปั้นดินเผา รวมทั้งการทำอิฐ ซึ่งเป็นอาชีพที่ชาวมอญได้ทำมานานแล้ว และ มีความชำนาญมาตั้งแต่ในบ้านเมืองเดิมของตน นับเป็นอาชีพเสริมสำหรับบางครอบครัวยามหน้าแล้งที่ว่างเว้นการทำนา
จากการที่ชาวมอญมีฝีมือในการทำเครื่องปั้นดินเผา และผูกขาดการทำอิฐมาแต่ต้น ทำให้คนไทยเรียกลักษณะของอิฐรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ที่มี ขนาดประมาณ ๔x๑๐x๒๐ เซนติเมตร หรือความกว้างสองเท่าของความหนา ความยาวจะเป็นสองเท่าของความกว้าง ผิวหยาบ และมีสีส้มสดชนิดนี้ว่า “อิฐมอญ” อิฐเป็นวัสดุสำคัญในการก่อสร้างมาแต่ครั้งอดีต สังเกตได้จากโบราณสถานที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ และยังคงความสำคัญนับจากอดีตจวบจนกระทั่งปัจจุบัน มีบทบาทเด่นในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ชุมชนชาวมอญในประเทศไทยที่ประกอบอาชีพการทำอิฐมอญมีหลายแห่ง มีแหล่งอุตสาหกรรมการผลิตอิฐที่สำคัญ ได้แก่ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ และอีกหลายอำเภอในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ที่เป็นลักษณะของอุตสาหกรรมในครัว เรือนนั้นมีเหลือไม่มากนัก ได้แก่ ชุมชนมอญตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นชุมชนที่มีชาวมอญอาศัยอยู่ กันเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นแหล่งที่มีการผลิตอิฐมอญ ที่เป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนที่สำคัญ และมีด้วยกันหลายครัวเรือน หลังจากหมดสิ้นฤดูการทำนา ชาวบ้านก็จะเริ่มงานอุตสาหกรรมในครัวเรือนขนาดเล็ก คือการทำอิฐมอญ
แต่เดิมดินที่นำมาทำอิฐมอญเป็นดินจากแม่น้ำ มีเนื้อละเอียดปนทราย ซึ่งเป็นคุณลักษณ์พิเศษคือ ไม่เหนียวมากเกินไป แต่ปัจจุบันดินแม่น้ำต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก จึงหันมาใช้ดินจากพื้นที่ลุ่ม มีคุณสมบัติเหมือนดินแม่น้ำ กล่าวคือเป็นดินสองชั้น ชั้นบนเป็นดิน เหนียวปนทรายมาก ส่วนชั้นล่างเป็นดินเหนียวล้วน ๆ เมื่อขุดมารวมกัน ก็จะได้ดินเหนียวปนทรายเนื้อดี นอกจากดินแล้ว ยังประกอบ ด้วยแกลบ และขี้เถ้า เป็นส่วนประกอบสำคัญ ก่อนจะผสมให้เข้ากัน ตากแห้ง และเข้าเตาเผา อิฐที่ดีจะมีสีส้มสดทั่วทั้งก้อน แกร่ง มีคุณภาพสามารถนำไปใช้งานไดทันที้ อาชีพการทำอิฐมอญและเครื่องปั้นดินเผา ถือเป็นเอกลักษณ์ของชาวมอญมาแต่โบราณ และมีการสืบทอดมาสู่ลูกหลานกระทั่งปัจจุบัน แม้คนมอญที่ประกอบอาชีพนี้จะล้มหายตายจากไป แต่ชื่อ "อิญมอญ" ก็ยังคงอยู่ตลอดไป อาชีพชาวไทยรามัญนิยมทำอิฐเผา ปั้นหม้อ ตุ่ม กระถาง ฯลฯ และทำได้อย่างวิจิตรงดงาม มีคุณภาพ เจ้านายในวังผ่านไปมาเห็นคนมอญทำอิฐเผาสร้างวัด จึงได้สั่งเข้าไปก่อสร้างในวัง ต่อมาเห็นว่ามีความแข็งแรงทนทาน จึงนิยมนำไปใช้ในการก่อสร้างครั้งต่อ ๆ มา จนได้ชื่อเป็นที่กล่าวขนานกันเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่คนไทยทั้งประเทศรู้จักว่า “ อิฐมอญ” เรียกชื่อตามคนที่ทำ หรือ เรียกชื่อตามสถานที่ แหล่งที่ผลิต เช่น เรียกโอ่งใส่น้ำขนาดใหญ่ว่า ตุ่มสามโคกเพราะทำที่สามโคก เรียกหม้อหุงข้าวหรือต้มยาดินเผาว่า หม้อบางตะนาวศรีเพราะ ทำที่บางตะนาวศรี ดั้งนั้น อิฐมอญ จึงเป็นสัญลักษณ์สินค้าแห่งคุณภาพจากการศึกษาสืบทอดทางวัฒนธรรมที่เป็นไปอย่างมั่งคงทำให้เครื่องปั้นดินเผาของไทยรามัญปรากฏเป็นหลักฐานการทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่กระทั่งทุกวันนี้
อิฐมอญ เป็นอิฐดินเผา มีแหล่งผลิตอยู่ที่สามโคก เนื้ออิฐมีสีแดงเข้ม ตัวอิฐเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีเนื้อแกร่งทนทาน อิฐมอญปัจจุบันมีขนาดเล็กต่างกว่าในอดีตมาก แต่คุณภาพของอิฐยังดีเหมือนเดิม ราคาไม่แพง ช่างก่อสร้างจึงนิยมใช้อิฐมอญกันมาก
การทำอิฐมอญเริ่มจากการนำเรือเช่นเรือมาดหรือเรือชะล่าไปบรรทุกดินเลนที่ขุดขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยา ภาษาคนทำอิฐเรียกว่าทำดิน จากนั้นก็โกยดินเลน ออกจากเรือ ไปใส ในบ่อ ผสมดินเรียกว่า หลุมดิน แล้วเอาแกลบใส่ผสม ใช้เท้าย่ำให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันเรียกว่า ย่ำดิน เมื่อได้ที่แล้วจึงโกยดินดังกล่าวไปเก็บไว้ในบ่อพักดิน เพื่อผึ่งดินให้หมาด ใช้เวลาประมาณ ๑๒ ชั่วโมง แล้วโกยดินขึ้นรถเข็นนำไปยังลาน แล้วเทดินไว้บนลานกลางแจ้ง ใช้พิมพ์ที่ทำด้วยไม้เป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้กดลงบนดิน พิมพ์เป็นแผ่น เรียงกันเป็นแถวบนลาน แล้วผึ่งแดดไว้ประมาณสามวันจนแห้ง จากนั้นจึงใช้มีดถากตกแต่งให้เรียบร้อยทั้งสี่ด้าน มีดที่ใช้แต่งเรียกว่า มีดถากอิฐ เมื่อตกแต่งแล้วจะผึ่งแดดไว้จนกว่าอิฐจะแห้ง แล้วขนอิฐไปเรียงซ้อนไว้เป็นชั้น ๆ ในโรงอิฐจนเป็นกองใหญ่ ขนาดกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร สูง ๒ เมตร จะได้อิฐประมาณสองหมื่นแผ่นเรียกว่า หนึ่งเตา แล้วเอาโคลนผสมแกลบทาให้ทั่วเตา อย่าให้มีรูหรือร่องรอย เพื่อที่เวลาเผาจะเก็บความร้อนได้มาก จากนั้นเอาฟืนสอดตามช่องระหว่างแถวอิฐที่ติดกับพื้นดิน เอาไฟจุดเผา ไฟจุลุกลามขึ้นไปจนถึงชั้นบนสุด ใช้เวลาเผาประมาณ ๕ - ๘ วัน ก็ไหม้หมด พอถึงวันที่สิบอิฐจะเย็นลง ช่างจะรื้ออิฐด้านนอกที่ไม่สุกออก เหลือแต่อิฐสุกสีแดงไว้ขายต่อไป
อิฐมอญ มีวิวัฒนาการตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน มีลำดับดังนี้
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๑ ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ประมาณปี พ.ศ.๒๒๐๓ มีขนาดใหญ่มาก กว้างประมาณ ๒๐ เซ็นติเมตร ยาวประมาณ ๔๐ เซ็นติเมตร หนาประมาณ ๑๓ เซนติเมตร ใช้ทำฐานรากโบสถ์ วิหาร กำแพง แทนเสาเข็ม และใช้ทำถนน อิฐชนิดนี้บางแผ่นมีแปดรู เรียกว่าอิฐ ๘ รู มีความหมายถึงมรรคแปด
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๒ มีอายุอยู่ประมาณปี พ.ศ.๒๓๑๐ มีขนาดกว้าง ๑๔ เซนติเมตร ยาว ๒๖ เซนติเมตร หนา ๕ เซนติเมตร
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๓ มีอายุอยู่ประมาณปี พ.ศ.๒๓๒๕ มีขนาดกว้าง ๑๓ เซนติเมตร ยาว ๒๔ เซนติเมตร หนา ๔.๕ เซนติเมตร
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๔ มีอายุอยู่ประมาณปี พ.ศ.๒๔๑๕ มีขนาดกว้าง ๑๐ เซนติเมตร ยาว ๒๒ เซนติเมตร หนา ๔ เซนติเมตร
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๕ มีอายุอยู่ประมาณปี พ.ศ.๒๔๘๘ มีขนาดกว้าง ๙.๕ เซนติเมตร ยาว ๑๙ เซนติเมตร หนา ๔ เซนติเมตร
อิฐมอญสามโคกรุ่นที่ ๖ เป็นอิฐยุคปัจจุบัน มีขนาดกว้าง ๗ เซนติเมตร ยาว ๑๖ เซนติเมตร หนา ๓ เซนติเมตร
อิฐมอญสามโคกปัจจุบัน แผ่นเล็กลงแต่สะดวกในการก่อสร้าง มีการใช้อิฐมอญกันมาก จึงขายดี อาชีพทำอิฐยังนิยมทำอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอสามโคก ทำรายได้ดี
วัสดุอุปกรณ์
ขั้นตอนการทำ
1.ลงบ่อหมักให้เต็มผสมน้ำใช้จอบเคล้าให้ทั่วหมัก 1คืน
2เตรียมลานสำหรับทอดอิฐ
3นำบล็อคอิฐมาพร้อมอุปกรณ์ถังน้ำ แล้วนำดินมาที่ได้ตักใสถังมาพร้อมที่จะทอด แล้วนำดินมาใส่บล็อคพิมพ์ปาดให้เรียบ
4นำขี้เถ้ามาโปะก้อนหิน
5ตากอิฐไว้จนแห้ง
6นำมีดมาถากอิฐให้เสมอกัน
7ทำการเผาอิฐ 7 วัน แล้วขัดขี้เถ้าออก
ลักษณะทั่วไป
อิฐมอญเป็นวัสดุที่ผลิตมาจากการนำดินเหนียวมาเผาเพื่อให้ได้วัสดุที่คงรูปมีความแข็งแรง การใช้อิฐมอญในงานก่อสร้างมีมากหลากหลายจึงมี คนรู้จักและใช้กดันอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เนื่องจากเชื่อมั่นในความคงทนและผลิตได้ในประเทศจากแรงงานท้องถิ่น คุณสมบัติของอิฐมอญจะยอมให้ความร้อนถ่าย-เข้าออกได้ง่ายเก็บความร้อนในตัวเองได้นาน เนื่องจากอิฐมอญ มีความจุความร้อนสูง สามารถเก็บกักความร้อนไว้ในเนื่องมาก โดยที่ค่อยๆถ่ายเทจากถายนอก จึงเหมาะแก่การใช้งานในช่วงเวลากลางวัน
ข้อมูลจาก
singarea.moe.go.th
